สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ 25 ต.ค. 2562

ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 24 ต.ค. 2562 -- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) หลังจาก 3M ซึ่งเป็นบริษัทอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเปิดเผยรายได้ที่ต่ำกว่าคาด อันเนื่องมาจากผลกระทบของสงครามการค้าและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ขณะที่ทวิตเตอร์เปิดเผยรายได้ที่ต่ำกว่าคาดเช่นกัน ซึ่งได้ฉุดราคาหุ้นทวิตเตอร์ปิดตลาดร่วงลงกว่า 20% อย่างไรก็ดี ผลประกอบการที่สดใสของบริษัทเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงไมโครซอฟท์ ได้ช่วยหนุนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวก ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,805.53 จุด ลดลง 28.42 จุด หรือ -0.11% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 3,010.29 จุด เพิ่มขึ้น 5.77 จุด หรือ +0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,185.80 จุด เพิ่มขึ้น 66.00 จุด หรือ +0.81% ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 26,805.53 จุด ลดลง 28.42 จุด, -0.11%


-- ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์และกลุ่มเวชภัณฑ์ หลังจากบริษัทในกลุ่มดังกล่าวเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด นอกจากนี้ การคาดการณ์ที่ว่า สหภาพยุโรป (EU) จะอนุมัติให้อังกฤษขยายกำหนดเวลาการถอนตัวออกจาก EU (Brexit) นั้น ได้ช่วยหนุนตลาดด้วย


ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.59% ปิดที่ 397.37 จุด


ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,684.33 จุด เพิ่มขึ้น 30.90 จุด หรือ +0.55%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,872.10 จุด เพิ่มขึ้น 73.91 จุด หรือ +0.58% และ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,328.25 จุด เพิ่มขึ้น 67.51 จุด หรือ +0.93%


-- ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของยูโรโซนและฝรั่งเศส, ราคาหุ้นแอสตราเซเนกาที่พุ่งขึ้นอย่างมาก และหุ้นกลุ่มส่งออกปรับตัวขึ้นขานรับเงินปอนด์ที่อ่อนค่าลงจากความวิตกเกี่ยวกับกระบวนการถอนตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)


ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,328.25 จุด เพิ่มขึ้น 67.51 จุด หรือ +0.93%


-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 3 เมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ร่วงลงเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งความหวังที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะเพิ่มการปรับลดกำลังการผลิตในการประชุมเดือนธ.ค.นี้


สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 26 เซนต์ หรือ 0.5% ปิดที่ 56.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 26 ก.ย.


สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 50 เซนต์ หรือ 0.8% ปิดที่ 61.67 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.


-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) โดยทองคำดีดตัวขึ้นมายืนที่เหนือระดับ 1,500 ดอลลาร์/ออนซ์ได้อีกครั้ง จากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งรวมถึงยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ทรุดตัวลงหนักสุดในรอบ 4 เดือน


สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 9 ดอลลาร์ หรือ 0.6% ปิดที่ 1,504.7 ดอลลาร์/ออนซ์


สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 22.4 เซนต์ หรือ 1.27% ปิดที่ 17.804 ดอลลาร์/ออนซ์


สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 2.7 ดอลลาร์ หรือ 0.29% ปิดที่ 925.1 ดอลลาร์/ออนซ์


สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 33.30 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 1,747.90 ดอลลาร์/ออนซ์


-- เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ต.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการที่อังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) หลังจากมีรายงานว่า นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เตรียมประกาศยุบสภา และจัดการเลือกตั้งก่อนกำหนด


เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2863 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2904 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1107 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1127 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงสู่ระดับ 0.6821 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6851 ดอลลาร์สหรัฐ


ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.61 เยน จากระดับ 108.65 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3071 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3077 ดอลลาร์แคนาดา อย่างไรก็ดี ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9920 ฟรังก์ จากระดับ 0.9905 ฟรังก์


ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 3,010.29 จุด เพิ่มขึ้น 5.77 จุด, +0.19%


ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 8,185.80 จุด เพิ่มขึ้น 66.00 จุด, +0.81%


ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 12,872.10 จุด เพิ่มขึ้น 73.91 จุด, +0.58%


ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,328.25 จุด เพิ่มขึ้น 67.51 จุด, +0.93%


ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,684.33 จุด เพิ่มขึ้น 30.90 จุด, +0.55%


ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 39,020.39 จุด ลดลง 38.44 จุด, -0.10%


ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,168.87 จุด เพิ่มขึ้น 24.59 จุด, +0.78%


ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,571.11 จุด เพิ่มขึ้น 2.32 จุด, +0.15%


ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 6,339.65 จุด เพิ่มขึ้น 81.84 จุด, +1.31%


ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 26,797.95 จุด เพิ่มขึ้น 231.22 จุด, +0.87%


ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดวันนี้ที่ 7,950.98 จุด เพิ่มขึ้น 17.22 จุด, +0.22%


ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 2,940.92 จุด ลดลง 0.70 จุด, -0.02%


ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,085.66 จุด เพิ่มขึ้น 5.04 จุด, +0.24%


ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,693.60 จุด เพิ่มขึ้น 20.50 จุด, +0.31%


ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,796.70 จุด เพิ่มขึ้น 18.50 จุด, +0.27%


ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 22,750.60 จุด เพิ่มขึ้น 125.22 จุด, +0.55%


ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 11,320.14 จุด เพิ่มขึ้น 80.47 จุด, +0.72%


ที่มา : https://www.ryt9.com/s/iq20/3058653